วิธีเดินให้ถูกต้อง ลดอาการปวดเท้า ปวดเข่า และปวดหลังในชีวิตประจำวัน

การเดินเป็นกิจกรรมที่เราทำทุกวัน แต่หลายคนไม่รู้ว่าการเดินผิดท่าสามารถส่งผลให้เกิดอาการปวดเท้า ปวดเข่า ปวดสะโพก และปวดหลังได้ในระยะยาว
ยิ่งสำหรับคนที่ต้องเดินวันละหลายพันก้าว เช่น พยาบาล ครู พนักงานขาย หรือผู้ที่ออกกำลังกายด้วยการเดิน การเรียนรู้วิธีเดินให้ถูกต้องจะช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บได้อย่างมาก
ทำไมการเดินให้ถูกต้องจึงสำคัญ
ทุกครั้งที่เดิน: พื้น → เท้า → ข้อเท้า → เข่า → สะโพก → กระดูกสันหลัง
หากมีจุดใดจุดหนึ่งทำงานผิดปกติ ร่างกายจะต้องชดเชย ส่งผลให้เกิดอาการปวดสะสมในอนาคต

ลักษณะการเดินที่ถูกต้อง
- ศีรษะตั้งตรง
มองไปข้างหน้า
ไม่ก้มมองพื้นตลอดเวลา
ช่วยลดแรงกดบริเวณต้นคอและหลัง - ไหล่ผ่อนคลาย
ไม่ยกไหล่เกร็ง
ปล่อยแขนแกว่งตามธรรมชาติ - หลังตรง
หลีกเลี่ยงการแอ่นหลังหรือหลังค่อม
ช่วยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ - เกร็งหน้าท้องเล็กน้อย
ช่วยพยุงแกนกลางลำตัว
ลดภาระของหลังส่วนล่าง - ลงน้ำหนักจากส้นเท้าสู่ปลายเท้า
ลำดับที่ถูกต้องคือ
ส้นเท้า → กลางเท้า → ปลายเท้า → นิ้วเท้า
ช่วยกระจายแรงกดอย่างเหมาะสม - ก้าวพอดี
ไม่ก้าวยาวเกินไป
การก้าวยาวเกินทำให้ข้อเข่าและสะโพกรับแรงมากขึ้น
พฤติกรรมการเดินที่ควรหลีกเลี่ยง
- เดินลากเท้า
- เดินก้มหน้า
- เดินเอียงตัว
- เดินลงน้ำหนักข้างเดียว
- ใส่รองเท้าที่สึกไม่เท่ากัน

วิธีสังเกตว่าคุณกำลังเดินผิดท่า
- ปวดส้นเท้าบ่อย
- ปวดเข่าหลังเดิน
- ปวดหลังช่วงเย็น
- รองเท้าสึกไม่เท่ากัน
- เมื่อยขาข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง
รองเท้าที่ดีควรเป็นอย่างไร
รองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยให้รูปแบบการเดินเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- รองรับแรงกระแทก
- รองรับอุ้งเท้า
- กระจายน้ำหนักได้ดี
- น้ำหนักเบา
- หน้าเท้ากว้างพอเหมาะ
การเดินที่ถูกต้องช่วยลดแรงกระแทกและลดความเสี่ยงต่ออาการปวดเท้า เข่า และหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรให้ความสำคัญทั้งท่าทางการเดินและการเลือกรองเท้าที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพในระยะยาว

เลือกซื้อรองเท้าสุขภาพ MAGO FOOTWEAR
ช่องทางอื่นๆ คลิกเลย
Shopee I Lazada I Tiktok


